Location

0 7567 3000

ข่าววิชาการ-วิจัย-สัมมนา

วช. ชื่นชมผลงานวิจัย ม.วลัยลักษณ์ โดดเด่นตอบโจทย์พื้นที่

อัพเดท : 16/09/2569

14

ผอ.วช. ชื่นชมผลงานวิจัย ม.วลัยลักษณ์ โดดเด่น ตอบโจทย์การพัฒนาทั้งระดับพื้นที่และระดับสากล พร้อมเดินหน้าสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมในพื้นที่ภาคใต้ มุ่งยกระดับความเข้มแข็งด้านวิชาการควบคู่การแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนระหว่างเดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน “Walailak Research Day 2026” (WRD 2026) เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงและโดดเด่นรอบด้าน โดยเฉพาะการสร้างสรรค์งานวิจัยที่ตอบโจทย์การพัฒนาทั้งในระดับพื้นที่ ระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ขอชื่นชมมหาวิทยาลัยแห่งนี้ที่สามารถเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ เครือข่าย และทรัพยากรเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยและสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

นอกจากนี้ ดร.วิภารัตน์ ยังระบุว่า วช. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันการศึกษาในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนงานวิจัยทั้งด้านระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการ

“งานวิจัยในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในห้องทดลอง แต่ต้องเชื่อมโยงกับการทำงานร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานในพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาจริง โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกรและการรับมือภัยพิบัติ ซึ่งเราได้เห็นผลลัพธ์งานวิจัยที่เป็นรูปธรรมจากงานวิจัยของม.วลัยลักษณ์ อาทิ แพลตฟอร์มการเกษตรในลุ่มน้ำปากพนัง งานวิจัยเรื่องหญ้าทะเล รวมถึงศูนย์ความเชี่ยวชาญด้านไม้และปาล์มที่ช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร” ดร.วิภารัตน์ กล่าว

 

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม ม.วลัยลักษณ์ เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยได้ขับเคลื่อนงานวิจัยผ่าน 5 แฟล็กชิปสำคัญ ได้แก่ 1) เกษตรและอาหาร 2) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (เมืองมรดกโลกพระธาตุ) 3) สมุนไพรและยา 4) พฤติกรรมและความรุนแรงในสังคม และ 5) สิ่งแวดล้อม โดยใช้ AI เป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนการตัดสินใจเชิงวิชาการและการจัดการทรัพยากร

“ทิศทางการขับเคลื่อนของมหาวิทยาลัยในปีหน้า เรามุ่งสู่เป้าหมาย Nature Positive หรือการฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวกอย่างเต็มตัว ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. โดยมองไกลกว่าแค่การลดผลกระทบ แต่คือการสร้างระบบนิเวศให้พืชพันธุ์และสัตว์ต่างๆ สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน งานวิจัยทั้งหมดของเราไม่ได้ทำเพื่อขึ้นหิ้ง แต่คือการสร้างองค์ความรู้ที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และแสดงศักยภาพของมหาวิทยาลัยในระดับสากล” รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

Mourning Ribbon